วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ข้อดีของbloger

ข้อดีของการทำบล็อก ก็คือ
1. เจ้าของบล็อกมีอิสระที่จะนำเสนอ อะไรก็ได้ ที่ไม่ไปก้าวล่วงบุคคลอื่น ที่ไม่ผิดกติกาของผู้ให้บริการบล็อกที่เราทำอยู่ (oknation) ที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม ประเพณีที่ดีงาม ถ้าเราใช้จริยธรรมในใจกำกับ กฎต่างๆก็อยู่ที่เราจะกำหนดเองค่ะ
2. เปิดโอกาสให้ บล็อกเกอร์ได้รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้โดยอิสระ จะรับไว้ จะไม่อ่าน จะตอบ จะลบ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเจ้าของบล็อก แต่ก็ไม่ลดสิทธิ์ที่ผู้ให้บริการบล็อกจะเข้ามาช่วยดูแลในกรณี ฉุกเฉิน หรือมีปัญหาที่ต้องดำเนินการ
3. ในด้านเทคนิค เจ้าของบล็อกสามารถปรับแต่งบล็อกให้เป็นรูปแบบที่ตนต้องการได้โดยไม่ต้องมีความรู้ในเรื่องภาษาคำสั่งของโปรแกรมมากมาย อาศัยบทเรียนง่ายๆ การสังเกตุ การทดลอง สามัญสำนึกช่วยก็ทำเองได้ หรืออาจขอความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากผู้ที่มีประสบการณ์ก็สามารถเข้าไปแก้ไข Source Code เองได้
4. สามารถสร้างเครือข่าย ชุมชนสัมพันธ์ระหว่างบล็อกเกอร์ที่มีความคิด ความสนใจ ความรู้สึก ร่วมกันได้
5. ช่วยเป็นกระบอกเสียง ทำประชาสัมพันธ์ในเรื่องต่างๆได้ รวมทั้งผลงานให้เป็นที่รู้จัก หากบุคคล นักธุรกิจ คนดัง นักร้อง ค่ายเพลง นักแสดง หมอดู นักการเมือง องค์กร ห้างร้านสนใจมาทำบล็อกก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องการตลาดอย่างมาก หากใช้อย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผน ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และบริหารบล็อกอย่างมืออาชีพ หรือด้วยมืออาชีพ
6. เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกทำธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่หารายได้จากการจำหน่ายสินค้า บริการ หรือ หารายได้จากการเป็นสมาชิก การลงโฆษณา ก็ตาม
7. ได้พื้นที่ใช้งานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมมีคนคอยบริการ ช่วยเหลือเมือ่มีปัญหาทางด้านเทคนิค หรือปัญหาทั่วๆไปที่เกี่ยวกับ บล็อก
8. ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือ สิ่งเก่าๆ ที่ยังไม่รู้ ให้รู้มากขึ้น จากการนำมาแลกเปลี่ยนกันและกัน
9. ได้มิตรภาพใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนในชุมชนบล็อก กับเพื่อนของบล็อกเกอร์ และเพื่อนของเพื่อนของ.....
10. ใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับครอบครัว เพื่อนฝูง เมื่อยามห่างไกลกัน
11. เปิดโอกาสให้เจ้าของบล็อกได้แสดงออกถึงความสามารถ ความคิดเห็นได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน บางท่านอาจจะกลายเป็นคนดังได้ เช่น คุณ kittinun ป้ามด และอีกหลายๆท่าน
12. เปิดโอกาสให้ประชาชนคนธรรมดา กลายเป็น ผู้สื่อข่าวได้ เพียงแค่นำเรื่องใกล้ตัวที่น่าสนใจ น่าตระหนัก มาเสนอในช่วงเวลาที่เหมาะสม
13. เปิดโอกาสให้บล็อกเกอร์ได้แสดงตัวตนที่เป็นตัวเอง หรืออาจจะเป็นด้านที่ไม่มีใครรู้มาก่อนได้ แม้จะอยู่ชื่อแฝง หรือจะอยู่ในชื่อจริงก็ตาม
14. เป็นไดอารี่บันทึกประจำวัน เป็นที่เก็บข้อมูลประจำครอบครัว ประจำสถาบัน ใช้เป็นจดหมายเหตุได้
15. เป็นที่พบปะสังสรรค์เพือนเก่า เครือญาติ ศิษย์เก่าสถาบันต่างๆได้
16. เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงตัวเอง ถึงคนอันเป็นที่รัก ที่ชัง ครอบครัว เพื่อน คนอื่นรวมไปถึงสัตว์เลี้ยง พืช งานอดิเรก ของรัก ของหวง รวมถึงเหตุการณ์ที่น่าจดจำรำลึก ในยามที่เลิกหรือไม่ได้ทำบล็อกแล้ว
17. เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ ให้บุคคลอื่นเข้ามาค้นคว้า ศึกษาได้ในปัจจุบันและอนาคต
18. เปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจจะต้องอยู่ในมุมมืด เช่นผู้มีอาชีพพิเศษ นักโทษ ผู้ที่ไม่ต้องการเผยตัว ได้ใช้เป็นเวทีแสดงออกและแลกเปลี่ยน เรื่องราว ความคิดเห็น แนวทาง โดยไม่จำเป็นต้องเผยชื่อ
19. เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน มาอยู่ร่วมในชุมชนเดียวกัน เพิ่มโอกาสให้มีการปรับแนวทางความคิด ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และอาจจะนำไปสู่ความรู้รักสามัคคี และการสมานฉันท์ ในการนำส่วนที่ดีดี มาใช้ร่วมกันก็เป็นได้
20. ใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่นกรณีของการนำเสนอข่าวอย่างฉับไว เจาะลึก มีพร้อมทั้งภาพและเสียง ผ่านสื่อต่างๆหลายรูปแบบ ซึ่งในเครือ The Nation ใช้อยู่ในปัจจบุนนี้
21. ใช้เป็นศูนย์รวมการให้ความรู้ การศึกษาวิชาการ วิชาชีพ ศิลปะ การติว การให้การบ้าน การส่งการบ้าน ของครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป
22. ใช้สร้าง รวมกลุ่ม ชุมชนออนไลน์ย่อยๆ เพื่อการระดมความคิด พบปะพูดคุย ปรึกษาธุระ แสดงผลงานร่วมกัน เช่น ร้อยแก้ว ร้อยกรอง วรรณกรรม การ์ตูน งานศิลปะอื่นๆ ตามแตความสนใจของกลุ่มย่อยนั้น ในบางกรณี ยังสามารถกำหนด password ในการเข้าบล็อกของกลุ่มเพื่อรักษาความลับไม่ให้รั่วไหล
23. ใช้เป็นสถานีวิทยุออนไลน์ ให้บริการข่าว ฟังเพลง ตลอด 24 ชั่วโมง

DATA WAREHOUSE

คลังข้อมูลแตกต่างจากฐานข้อมูลอย่างไร?
โดยปกติแล้ว ฐานข้อมูลในองค์กรทั่วไปจะมีลักษณะที่ค่อนข้างทันต่อเหตุการณ์ เช่น ฐานข้อมูลพนักงานก็จะเก็บเฉพาะพนักงานในปัจจุบัน จะไม่สนใจข้อมูลพนักงานเก่า ๆ ในอดีต ซึ่งอาจจะมีข้อมูลอะไรบางอย่าง ที่มีประโยชน์สำหรับผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและคุณลักษณะต่าง ๆ ขององค์กร. นอกจากนี้ ฐานข้อมูลแต่ละอันมักถูกออกแบบมาใช้เก็บข้อมูลเฉพาะด้าน จึงมีข้อมูลเฉพาะบางส่วนขององค์กรเท่านั้น ฉะนั้นคลังข้อมูลจึงถูกออกแบบมา เพื่อรวบรวมข้อมูลในทุกส่วนของทั้งบริษัท ทั้งเก่าและใหม่ไว้ด้วยกัน ไม่มีการลบทิ้งข้อมูลเก่า ๆ ที่ไม่จริงในปัจจุบัน
โดยสรุปคือ
คลังข้อมูล ใช้เพื่อการวิเคราะห์ (ข้อมูลทั้งอดีตและปัจจุบัน)
ฐานข้อมูล ใช้เพื่อทำการประมวลผล (เฉพาะข้อมูลปัจจุบัน)
ถ้าองค์กรมีคลังข้อมูลหลาย ๆ อันเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ต่าง ๆ แตกต่างกันไป เช่น คลังข้อมูลด้านการเงิน และ คลังข้อมูลด้านทรัพยากรมนุษย์ เรามักเรียกคลังข้อมูลเฉพาะด้านเหล่านี้ว่า ตลาดข้อมูล (data marts)
อนึ่ง กระบวนการในการใช้ข้อมูลในคลังข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ และวางแผนในทางธุรกิจ มักถูกเรียกว่า ปัญญาธุรกิจ (business intelligence).

DATA MINING

DATA MINING คืออะไร
Data Mining คือ ชุด software วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อระบบสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ใช้ มันเป็น software ที่สมบรูณ์ทั้งเรื่องการค้นหา การทำรายงาน และโปรแกรมในการจัดการ ซึ่งเราคุ้นเคยดีกับคำว่า Executive Information System ( EIS ) หรือระบบข้อมูลสำหรับการตัดสินใจในการบริหาร ซึ่งเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ที่สามารถค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการบริหาร ซึ่งเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับฐานข้อมูลที่มีอยู่

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

องค์ความรู้

1. เช็คยอดเงินรายได้
-เช็คเงินรายได้กับธนาคาร
- ทำใบสรุปสำคัญนำส่งเงิน
- ลงทะเบียนรายรับ
2. การจัดทำฏีกาเพื่อเบิกจ่ายเงิน
- จัดพิมพ์ฎีกาลงในคอมพิวเตอร์
- ลงทะเบียนคุมฎีกา
- ออกเช็ค
- พิมพ์รายงานการจัดทำเช็ค
3. จัดทำทะเบียนสดรับ
- ลงทะเบียนในทะเบียนสดรับ
- ทำใบนำส่งเงิน
4. จัดทำทะเบียนคุมสดจ่าย
- ตรวจสอบในต้นขั้วเช็ค
- ลงทะเบียนในสมุดจ่าย
5. การจัดทำบัญชีแยกประเภท
- จัดทำใบผ่านมาตรฐานทั่วไป
- จัดทำใบผ่านมาตรฐาน 1
- จัดทำใบผ่านมาตรฐาน 2
- จัดทำใบผ่านมาตรฐาน 3

ตำแหน่งหน้าที่ ความรับผิดชอบ

ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
ความรับผิดชอบ
1. ดูแลเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงิน
2. การจัดทำฏีกา
3. ออกเช็ค
4. ทำรายงานการจัดทำเช็ค
5. การจัดทำทะเบียนรายรับ
6. การจัดทำทะเบียนคุมเงินสดรับ
7. การจัดทะทะเบียนคุมเงินสดจ่าย
8. จัดทำทะเบียนคุมต่าง ๆ
9. การจัดทำรายงานที่ต้องส่งตามกำหนด
10.ตรวจสอบเงินภาษีจัดสรรที่งานการเงินได้รับมาจากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนำมาลงบัญชีเงินสดรับ (กรณีออกใบเสร็จรับเงิน) ใบผ่านรายการทั่วไป (กรณีรับโอนเงินต่าง ๆ) แล้วนำมาลงทะเบียนเงินรายรับ

สถานที่ทำงาน


องค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน

ประวัติความเป็นมาองค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน ได้รับการจัดตั้งโดย กระทรวงมหาดไทย ประกาศจัดตั้ง อาศัยอำนาจตามมาตรา 40 และ 95แห่ง พ.ร.บ. สภาตำบล และ อบต. 2537 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 13 ตอนพิเศษ 52 ง ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2539 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 มีการเลือกตั้งสมาชิก อบต. ครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2540 เป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบหนึ่ง และมีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นราชการส่วนท้องถิ่น โดยราษฎรเลือกตัวแทนสมาชิก สมาชิก อบต. เข้าไปมีอำนาจหน้าที่ตัดสินในการบริหารของตำบล ตามที่กฎหมายกำหนด
สภาพทั่วไปที่ตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน

ที่ตั้ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร อยู่ทิศตะวันออกของจังหวัดยโสธร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 25 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 650 กิโลเมตรอาณาเขตทิศเหนือ จดองค์การบริหารส่วนตำบลกระจาย ทิศตะวันออก จดองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ไทร ทิศตะวันตก จดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมน


นายกองค์การบริหารส่วนตำบล คือ นายไสว จันทร์เหลือง

โครงสร้างขององค์กร แบ่งเป็น 4 ฝ่าย คือ

1. สำนักปลัด

นายมนุเชศวร์ ศรีโพธิ์วัง ตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน

นางจารุวรรณ สุรษร ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางกรรณิกา บุญทศ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ

2. ส่วนการคลัง

นางรุ่งทิพย์ ศิริแสง ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี

นางสาวดวงใจ ขยันทำ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัสดุ

3. ส่วนโยธา

นายคำพุ จันใด ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนโยธา

นายอภิเดช บุญลักษณ์ ตำแหน่ง นายช่างโยธา

4. ส่วนการศึกษา

นายวัชเรนทร์ บุญทัน ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา

นายบุญธรรม เหล่าบุญมา ตำแหน่ง นักพัฒนาชุมชน



ภาพกิจกรรม






แนะนำตัว


ชื่อ รุ่งทิพย์ ศิริแสง

ชื่อเล่น รุ่ง

เพศ หญิง

อายุ 39 ปี

สถานที่เกิด โรงพยาบาลจังหวัดยโสธร

ที่อยู่ปัจจุบัน 69 หมู่ 2 ตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร

ประวัติการศึกษา ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครพนม